แนวทางในการดูแลผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้าแม้ไม่ใช่โรคที่มีความรุนแรงทางด้านร่างกาย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อจิตใจนั้นมีสูงมาก ซึ่งอาจร้ายแรงถึงขั้นชักนำให้ผู้ป่วยตัดสินใจฆ่าตัวตาย จบชีวิตของตัวเอง สำหรับแนวทางการรักษานั้นต้องรักษาแบบผสมผสาน คือ ดูแลสภาพจิตใจร่วมกับการรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการร่วมมือกันใหลายฝ่าย ในวันนี้เรามีแนวทางในการฟื้นฟูสภาพจิตใจสำหรับคนที่ป่วยโรคซึมเศร้า หรือพบเห็นคนที่มีโรคนี้และสามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือได้อย่างถูกวิธีมาแนะนำ

แนวทางการดูแลโรคผู้ป่วยซึมเศร้า

มากกว่าร้อยละ 90% ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ต้องได้รับยาต้านเศร้าตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่นั่นยังไม่เพียงพอ  เพื่อนหรือคนในครอบครัวควรมีความรู้ในเรื่องการดูแลและช่วยเหลือเบื้องต้นร่วมด้วย 

1. ผู้ดูแลต้องปฏิบัติต่อผู้ป่วยด้วยการให้เกียรติ

หากผู้ดูแลมีความคิดด้านลบกับผู้ป่วยแม้เพียงน้อยนิด จะยิ่งส่งผลให้สภาพจิตใจแย่ลง ดังนั้นคนที่ทำหน้าที่ดังกล่าวต้องรู้จักการให้เกียรติ และพร้อมให้ความช่วยเหลือ โดยไม่มีการตัดสิน สร้างความรู้สึกให้ผู้ป่วยรู้สึกอบอุ่นใจ และกล้าขอความช่วยเหลือ

2. ใช้คำพูดให้เหมาะสม

สำหรับผู้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่ต้องรับให้ทานยาต้านเศร้า อาจมีผลข้างเคียงจากยา เช่น ปวดศีรษะ ใจสั่น ปวดหลัง ชา ร้อนตามตัว ซึ่งถือเป็นอาการที่ควรได้รับการดูแลเอาใจใส่ แม้ไม่รุนแรงแต่ก็จะช่วยเพิ่มกำลังใจให้กับผู้ป่วยได้มากยิ่งขึ้น ด้วยการอธิบายให้เข้าใจว่าอาการเหล่านี้เป็นเรื่องปกติและเกิดขึ้นตลอดการรักษา 

3. ชี้แจงความเข้าใจผิด

คนในครอบครัวหรือผู้ที่ดูแลผู้ป่วยโรคซึมเศร้าต้องมีการชี้แจงความเข้าใจผิดหรือให้คำแนะนำแก่ญาติสำหรับการให้ความช่วยเหลือ เพราะผู้ป่วยไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลาที่ต้องเผชิญกับอาการซึมเศร้า หากปล่อยเอาไว้ หรือมีคนมาพูดอะไรไม่ดี ก็จะยิ่งส่งผลให้เกิดความรู้สึกแย่มากขึ้นกว่าเดิม กลายเป็นปมในใจที่ยากจะแก้ไข

4. พร้อมรับฟัง

การรับฟังที่ดี คือ การฟังจริง ๆ โดยไม่ตัดสินและไม่แสดงความคิดเห็น อาจถามเกี่ยวกับข้อสงสัยบ้าง แต่ไม่ควรมากเกินไปและทุกครั้งที่ฟังควรมองตาผู้ป่วยอย่างจริงใจ หรือใช้วิธีการจับมือเพื่อคลายความกังวล โดยไม่ต้องพยายามทำให้เขารู้สึกอารมณ์ดี เพียงแค่คุณอยู่ข้าง ๆ ก็จะรับรู้ได้แล้วว่ามีคนคอยเป็นห่วง

การใช้คำพูดลักษณะท่าทางที่มีต่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะหากไม่ระวังอาจส่งผลให้เกิดความคิดในแง่ลบกับตนเองมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นคนรอบข้างจึงต้องใส่ใจดูแลและคอยอยู่ข้าง ๆ เสมอในเวลาที่เขาจิตใจอ่อนแอ คุณก็ต้องเป็นแขน เป็นขา หรือคอยเป็นกำลังใจเพื่อให้สามารถก้าวข้ามช่วงเวลาที่เจ็บปวดไปได้